บันได 7 ขั้น สู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่



บางคนอาจมองว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้น ล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรค ขวากหนามสารพัด เป็นเส้นทางที่ยากเย็นแสนเข็น จึงทำให้ไม่ไปถึงเส้นชัยเสียที

แต่กับคนที่ทำสำเร็จ เขารวบรวมพลังทั้งมวล ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่น อดทน จนกระทั่งไปสู่จุดสูงสุด นี้คำตอบว่าทำไมคนรวยจึงมีแต่รวยยิ่งขึ้น

ในที่นี้ชี้ช่องรวยขอเปรียบเทียบ “ความสำเร็จ” ว่าเป็นเสมือน “ดวงดาว” และจะเสนอขั้นตอนที่จะนำท่านไปสู่ความสำเร็จ หรือไปสู่ดวงดาว ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 ตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะเป็น “ดาว”

ขั้นนี้สำคัญมาก ต้องแน่ใจว่าเราไม่ได้ใฝ่ต่ำ ไม่ได้ต้องการเป็นแค่หิ่งห้อย ตะเกียง หลอดไฟ หรือแม้แต่ประทัดที่ดังแค่แป๊บๆ มีแสงแค่แปร๊บปร๊าบ ยังจำคำพูดที่ว่า “ขนาดของการกระทำ อยู่ที่ขนาดของการคิด” กันได้ใช่ไหมครับ จำไว้อีกคำหนึ่งว่า “เป้าหมายและแผนการเล็กๆ นั้น ไม่มีผลอะไรในการเปลี่ยนแปลงชีวิต”

ขั้นที่ 2 หายานพาหนะที่เหมาะสม

เราต้องการจรวด หรือยานอวกาศเท่านั้น ไม่ใช่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ หรือคอปเตอร์ไม้ไผ่ของโดราเอมอน หรือแม้แต่รถแข่งสูตร 1 ไปจนถึงเครื่องบินที่บินเร็วเหนือเสียงก็ยังไม่เพียงพอ ต้องเป็นจรวด หรือยานอวกาศเท่านั้น! เช่น อยากมั่งคั่งร่ำรวยแต่ดันมัวไปขายน้ำเต้าหู้อยู่หน้าบ้าน แบบนี้เมื่อไหร่จะรวย (ต้องแน่ใจว่าเราพาตัวเองไปอยู่ในอาชีพที่ถูกต้อง ไปอยู่กับองค์กร สินค้า/ บริการที่ถูกต้อง)

ขั้นที่ 3 ต้องมีเชื้อเพลิงและพลังงานมากเพียงพอ

 มากเพียงพอที่จะทะยานหนีแรงโน้มถ่วง แรงดึงดูดของโลกให้ได้ เทียบได้กับความอดทน ความมุ่งมั่น ความพากเพียร ความไม่ยอมแพ้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งมวล

ขั้นที่ 4 เหยียบคันเร่งให้มิด

ห้ามแตะเบรก ชนเป็นชน อย่าเป็นคนกล้าๆ กลัวๆ มีแต่ความโลเล มีแต่ความลังเล มีแต่ความเคลือบแคลงสงสัย อย่ามัวแต่ตั้งคำถามงี่เง่าไร้สาระ

ขั้นที่ 5 อย่าจอดแวะเป็นอันขาด

เพราะในขณะที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น อาจมีของสวยๆ งามๆ ล่อตาล่อใจให้เราวอกแวกได้ เช่น มวลหมู่ก้อนเมฆอันวิจิตรพิสดาร สวรรค์ชั้นฟ้าต่างๆ ที่เราผ่านไปชวนให้หลงใหลน่าดูชม ขบวนนางฟ้านางสวรรค์ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีชมาร่ายรำยั่วยวนให้หวั่นไหว สรุปคือไม่ต้องจอดดูสวรรค์วิมานอะไรทั้งนั้น!

ขั้นที่ 6 อย่าเกลือกกลั้วกับพวกที่ไม่ใช่ “ดาว”

เช่น พวกดาวเทียม หรือพวกอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ดูเผินๆ ก็คล้ายๆ ดาว พวกนี้มีวงโคจรต่ำ ไม่ถาวร เสี่ยงกับการถูกดูดลงสู่พื้นโลก หรือถูกทำลายเมื่อหมดประโยชน์ ถ้าเรามัวหลงว่ามาถึงเส้นชัยแล้ว เข้าไปเกลือกกลั้วด้วย ก็จะต้องไปลอยอยู่ร่วมกันกับพวกนี้อย่างเปะปะ เกะกะ สับสน เสี่ยงต่อการชนกันเองตลอดเวลา (เทียบได้กับการที่ต้องเลือกเข้าไปอยู่ในหมู่คนคิดใหญ่ คนที่ประสบความสำเร็จ จงจำไว้ว่าพญาอินทรี ย่อมไม่ไปคลุกคลีกับอีแร้ง!) ตาดูดาว เท้าก็ต้องอยู่คู่กับตา ไอ้ที่บอกว่าตาดูดาว เท้าติดดินนั้น ใช้ไม่ได้กับกรณีนี้ เพราะถ้าขืนทำอย่างนั้น ทั้งตีน ทั้งตา เป็นต้องถลาหัวทิ่มดิน!

ขั้นที่ 7 ทำหน้าที่ให้สมกับเป็น “ดาว”

มาถึงขั้นนี้นี่เราก็เป็นดาวแล้ว มีวงโคจร มีแรงดึงดูดเป็นของตัวเองแล้ว จงทำหน้าที่ให้ดี ให้สง่างาม จงรับแสง สะท้อนแสง จงหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ และให้ผู้อื่น (ดาวบริวาร) มาหมุนรอบ สรุปคือต้องช่วยคนอื่น ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ แม้จะเป็นดาวแล้วก็อย่าทะนงตน ทำตัวโหลยโท่ย แม้จะไม่ถึงกับหล่นหายไปจากฟากฟ้า แต่ก็อาจถูกปลดไปเป็น “ดาวเคราะห์แคระ” อย่างดาวพลูโตได้เหมือนกัน เสียบุคลิกหมดเลย

บางคนพัฒนาตนเองจนยิ่งใหญ่ เป็นดวงดาวที่มีสถานะอยู่เหนือหมู่ดาวด้วยกัน เป็นดวงดาวที่อยู่ในระดับ “ดาวฤกษ์” ที่มีแสงสว่างในตัวเอง และบางคนอีกเช่นกัน ที่แรกๆ ก็ทำท่าจะดี เห็นทีแรกนึกว่า “ดวงดาว” ที่ไหนได้ก็แค่ “ผีพุ่งไต้” เท่านั้นเอง!