อันตราย! ทัศนคติแบบนี้ ชีวิตแย่แน่



ความสุขในชีวิต ความสนุขในการทำงานเกิดจากความคิดที่อยู่ภายในของเรา หากเราคิดดี คิดบวก พลังแห่งความสุขก็จะอยู่กับเรา หากในจิตใจคิดแต่เรื่องแย่ๆ ซ้ำไปซ้ำมา แน่นอนว่าความสุข คุณจะไม่ได้สัมผัสมันเลย มาดูซิว่า ความคิดทัศนคติแบบไหนบ้างที่คุณควรหยุดมันซะตั้งแต่ตอนนี้

                1. ฉันยังมีไม่พอ แทนที่จะคิดว่าสวรรค์ประทานร่างกายที่สมบูรณ์มาให้ คนส่วนใหญ่กลับไม่พอใจกับน้ำหนักและรูปร่างของตัวเอง แทนที่จะดีใจที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของมนุษยชน หลายคนกลับบ่นเกี่ยวกับกฎหมาย ภาษี และนักการเมือง อย่าเป็นส่วนหนึ่งของคนประเภทนี้ คุณอาจมีไม่ครบ แต่เชื่อสิว่าคุณมีเยอะแล้ว แถมยังอาจโชคดีกว่าใครหลายๆคนด้วย

                2. ความสุขควรถูกประเคนมาให้ฉัน การไล่ตามความสุขไม่เหมือนกับการมีความสุข เวลาแห่งความสุขควรเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสุขก็จบลงไปด้วย ในทางกลับกันเราหวังที่จะมีความสุขตลอดเวลาและคิดว่าความสุขจะถูกประเคนมาให้เราเสมอ ในที่สุดเราก็จะรู้สึกผิดหวังเพราะไม่มีใครสามารถเติมเต็มความสุขให้เราได้ตลอดเวลา เราต้องรู้จักสร้างมันขึ้นมาเองด้วยทัศนคติในแง่บวก

                3. ทุกก้าวที่ฉันเดินต้องมีเหตุผลสำหรับทุกคน ถ้ามัวแต่ทำตามเหตุผลตลอดเวลา เราจะไม่มีวันรู้จักกับความสัมพันธ์ที่แสนโรแมนติกอย่างแท้จริง เราจะไม่มีมิตรภาพอันยาวนานกับเพื่อนรักที่เต็มไปด้วยเรื่องเปิ่นๆโก๊ะๆ หรือบางทีเราอาจจะประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจเพราะมัวแต่มองโลกในแง่ร้าย เรามัวแต่คิดว่า ฉันจะต้องล้มเหลวหรือ เขากำลังจะทำร้ายฉันหรือ คู่รักของฉันไว้ใจไม่ได้ถ้าเอาแต่คิดแบบนี้ชีวิตคุณคงไปไหนไม่รอดแน่

                4. แบกรับปัญหาไว้คนเดียว บางครั้งอาจมีเหตุการณ์หรือใครบางคนบอกว่าคุณมีบางอย่างผิดปกติ ซึ่งคุณก็ดันไปยอมรับมันด้วย ทั้งๆที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องแบกรับหรือเกี่ยวอะไรกับคุณเลย คุณควรเรียนรู้ที่จะคิดใหม่ในแง่บวกและรักตัวเองมากกว่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่มีวันเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่สามารถเริ่มต้นได้เมื่อคุณรู้จักปรับปรุงให้ดีขึ้น

                5. ทุกคนต้องชอบฉัน คนที่ใช้เวลาอยู่แต่กับการทำให้ผู้อื่นยอมรับรวมทั้งหวังที่จะเอาชนะทุกคนที่อยู่รอบตัวจะมีชีวิตที่เหนื่อยและแย่มาก ภาพรวมในชีวิตของคุณไม่ใช่การประสบความสำเร็จในสายตาของคนจำนวนมาก แต่เป็นการเดินทาง กระบวนการความคิด เส้นทางชีวิต หรือสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้ต่างหาก

                6. ฉันเคยเห็นและเคยได้ยินทุกอย่างมาหมดแล้ว ไม่สำคัญหรอกว่าคุณรู้มากขนาดไหน เพราะยังมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายในโลกนี้ที่คุณยังไม่รู้ การที่คุณเต็มใจยอมรับว่ายังมีสิ่งอื่นที่คุณยังไม่รู้สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ ดังนั้นจงเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมและโอกาสใหม่ๆก็จะมาเยือนถึงมือของคุณในไม่ช้า แค่หมั่นเปิดใจให้กว้างก็พอ

                7. ฉันต้องการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนด้วย ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับรถและติดแหง่กอยู่บนถนนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณและคุณจำเป็นต้องอดทน อย่างไรก็ตามคุณก็ยังพยายามเปลี่ยนเลน ตัดหน้ารถคันอื่น หรือแม้แต่เปลี่ยนเส้นทางไปเลยเพียงเพราะว่าคุณอยากเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ แต่ปรากฏว่าคุณไม่ประสบความสำเร็จและต้องผิดหวังในที่สุด พอถึงบ้านคุณก็จะระบายอารมณ์ใส่คนที่คุณรัก ซึ่งมันไม่ดีเลย ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรคุณควรปล่อยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

                8. ฉันบาดเจ็บเกินกว่าที่จะก้าวต่อไป หนึ่งในบทเรียนที่ยากที่สุดคือการปล่อยวาง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิด โกรธ รัก หรือสูญเสีย การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่ายคุณจะสู้ต่อไปหรือสู้เพื่อปล่อยมันไป และบ่อยครั้งที่การปล่อยวางจะทำให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งกำจัดความคิดแย่ๆออกไป คุณจะสามารถลืมความเจ็บปวดและความผิดพลาดในอดีตพร้อมกับเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆได้

                9. นี่คือเรื่องส่วนตัว! คุณอาจรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการหรือรู้สึกน้อยใจเมื่อคนอื่นไม่สนใจในตัวคุณมากพอ เพราะคนส่วนใหญ่มักสนใจแต่ปัญหาและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองจนไม่มีเวลาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่สนใจนะ พวกเขาแค่ยุ่งเกินไปเท่านั้นเอง

                10.ฉันดีกว่าพวกเขา คุณควรยอมรับความผิดของตัวเอง ควรเอ่ยคำขอโทษ ควรยอมรับว่าคุณไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง คุณมีความฝันอันยิ่งใหญ่และควรยอมรับว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งของคุณมาจากคนอื่น รวมทั้งยอมรับความล้มเหลวและพยายามใหม่อีกครั้งอย่างเต็มใจ อย่าลืมรู้จักทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนและใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีประโยชน์ นี่ล่ะคือสิ่งที่คนมีความสุขและประสบความสำเร็จเขาทำกัน

 

ที่มา : manpowerthailand