4 คนดัง กับคำกล่าว ในวันจบการศึกษา ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตคุณ!



จบการศึกษา.. การเปลี่ยนบทบาทจากนักศึกษาสู่วัยทำงาน ช่วงเวลาสำคัญที่อาจส่งผลต่อชีวิตคนทั้งชีวิต เพราะทางเดินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนพบทนทางที่เดินไปอย่างสะดวกสบาย แต่หลายคนกลับเจอความลำบาก มหาวิทยาลัยต่างประเทศจึงได้เชิญบุคคลที่ประสบความสำเร็จ มาถ่ายความคิด ประสบการณ์ชีวิตให้กับเหล่าบัณฑิต เพื่อสร้างแรงบันดาลในการทำงาน การใช้ชีวิต มาดูชีวิตของพวกเขากันว่า พวกเขาคิด แล้วทำอะไรกันมาบ้าง


สตีฟ จ็อบส์

กล่าวในวันจบการศึกษา ของ มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด

เขากล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตทั้งหมด 3 เรื่อง ตั้งแต่การออกจากมหาวิทยาลัยเนื่องจากค่าเทอมที่แพงที่เกินไป ถูกไล่ออกโดยผู้บริหารที่เขาแต่งตั้งขึ้นมาเอง และการตรวจเจอมะเร็งระยะสุดท้าย ที่หมอวินิจฉัยว่าเขาจะอยู่ได้เพียง 3-6 เดือน ซึ่งทุกเหตุการณ์ล้วนก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สำคัญในชีวิต แต่สิ่งที่เขาพยายามเน้นย้ำมากที่สุดในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้คือ ความศรัทธาในสิ่งที่รักและทำมันอย่างเต็มที่

“เวลาของเราทุกคนมีจำกัด อย่ามัวเสียเวลาอยู่กับการพยายามที่จะเป็นคนอื่น หรือติดกับดักความคิดสวยหรูที่คนพูดกัน อย่าปล่อยให้ความคิดเห็นของคนอื่นมีอิทธิพลเหนือความต้องการที่แท้จริงของตัวเราเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความกล้าหาญที่จะทำตามสัญชาตญาณ และเสียงหัวใจของตัวเอง เพราะว่าจริงๆในใจเรารู้อยู่แล้วว่าเราต้องการจะทำอะไร เรื่องอื่นๆถือเป็นเรื่องรอง”

 

อาโนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

กล่าวในวันจบการศึกษา ของ มหาวิทยาลัยเอมโมรี

นักเพาะกาย นักแสดง และนักการเมือง คือ 3 บทบาทสำคัญที่เขาได้แสดงในชีวิตจริง อาโนลด์เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าคนเราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดหลายอย่างในชีวิต ด้วยการยึดมั่นในเป้าหมาย และทำสุดความสามารถโดยไม่หวั่นต่อคำสบประมาท สังเกตได้จากการเปลี่ยนบทบาทจากนักเพาะกายที่ได้แชมป์มานับไม่ถ้วน มาเป็นนักแสดงที่สร้างความจดจำให้คนบนโลกในบทของคนเหล็ก และท้ายสุดก้าวสู่สนามการเมืองและเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย


“ทุกที่ที่ไปจะต้องพบเจอกับคนที่คอยสบประมาทเราอยู่ตลอดเวลา อย่าไปฟังพวกเขา สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ว่าเป้าหมาย และสิ่งที่คุณต้องการคืออะไร เชื่อมั่นในตนเอง และออกไปทำมันให้เต็มที่ แหกบางกฎเกณฑ์และอย่ากลัวที่จะล้มเหลว”

 

ไมเคิล เดลล์

กล่าวในวันจบการศึกษา ของ มหาวิทยาลัยเท็กซัสออสติน

อดีตนักศึกษาชีววิทยาที่ก้าวออกจากเส้นทางที่ครอบครัวคาดหวัง สู่การเป็นผู้ก่อตั้ง Dell Inc. บริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังก้องโลก เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ค้นพบสิ่งที่รักตั้งแต่อายุน้อย จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มสังเกตว่าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์มีมากเกินไปแล้วในหอพักขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส และนั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่เหมาะกับตัวเขา ถัดมาไม่นานเขาจึงลาออกและเดินหน้าทำในสิ่งที่รักอย่างจริงจัง

“นี่คือเวลาที่พวกคุณจะได้ก้าวออกไปข้างหน้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่ อย่าปล่อยให้ใครมาหยุดยั้งหรือสร้างความลังเลใจให้กับคุณ อย่ามัวแต่ใช้เวลเพื่อเฝ้ารอโอกาสที่สมบูรณ์แบบ เพราะมันอาจทำให้พลาดโอกาสสำคัญในชีวิต จำไว้ว่าเราจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่มันก็เป็นแค่อุปสรรคที่เราต้องเจอ เรียนรู้จากมันเพราะนั่นคือการเรียนรู้สู่ความสำเร็จในชีวิต”

เจ เค โรว์ลิ่ง

กล่าวในวันจบการศึกษา ของ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

นักเขียนชาวอังกฤษซึ่งโด่งดังจากการเขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ รวมถึงชีวิตที่ยากลำบากในอดีตของเธอที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกมากมาย เธอได้เล่าถึงจุดต่ำสุดของชีวิตเมื่อตอนอายุ 27 ที่ประสบปัญหาครอบครัว เธอต้องหย่าร้างกับสามีและต้องเลี้ยงลูกสาวด้วยตนเองภายใต้สถานะทางการเงินที่ตกต่ำถึงขนาดต้องขอเงินสงเคราะห์จากรัฐบาล ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้าอีกด้วย แต่ท้ายสุดเมื่อชีวิตได้เดินมาถึงจุดต่ำสุดและสูญสิ้นทุกอย่างจนเหลือเพียงแค่ 2 สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตซึ่งได้แก่ ลูกสาว และงานเขียนเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอจึงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษา 2 สิ่งสุดท้ายไว้ให้ดีที่สุด ซึ่งในสุนทรพจน์เธอพยายามชี้ให้เห็นว่าความล้มเหลวเหล่านั้นเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ

“คุณอาจไม่เคยประสบความล้มเหลวในระดับที่ฉันเคย แต่ความล้มเหลวในชีวิตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่เคยทำผิดพลาด เว้นเสียแต่ว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังจนเกินไป ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากการล้มเหลวโดยอัตโนมัติเลย”

ที่มา : JobThai

ขอบคุณภาพจาก : www.jkrowling.comwww.delltechnologies.comtwitter.com/SchwarzeneggerSteve Jobs อัจฉริยะพลิกโลก